การอยู่ไฟนั้นถือเป็นภูมิปัญญาไทยในสมัยโบราณที่มีคุณค่ามากก่อให้เกิดผลดีกับคุณแม่

การอยู่ไฟนั้นถือเป็นภูมิปัญญาไทยในสมัยโบราณที่มีคุณค่ามากก่อให้เกิดผลดีกับคุณแม่

หลายคนคงสงสัยว่าอยู่ไฟคืออะไร การอยู่ไฟมีกันมาตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้วจนสมัยปัจจุบันนี้นิยมกันอย่างแพร่หลายเป็นเพราะการอยู่ไฟนั้นเพื่อการดูแลสุขภาพ ผิวพรรณสวยงามการอยู่ไฟหลังคลอดถือเป็นภูมิปัญญาไทยในสมัยโบราณที่มีคุณค่ามากเลย ถ้าทำได้ก็เป็นการดีกับตัวเองเพราะคนรุ่นคุณแม่ คุณยาย ท่านก็ทำกันทั้งนั้นการอยู่ไฟช่วยปรับสมดุลของอุณหภูมิในร่างกาย ช่วยป้องกันอาการหนาวสะท้านที่เข้าเรียกว่าหนาวเข้ากระดูกทั้งๆที่อยู่ในอุณหภูมิปกติช่วยขับของเสีย ขับน้ำคาวปลา ช่วยให้มดลูกแห้งมดลูกเข้าอู่เร็ว ทำให้หน้าท้องยุบเร็วไม่ย้วยนี่แหละสิ่งที่คุณแม่ทุกคนต้องการแถมยังช่วยให้ผิวพรรณสดใสขึ้นด้วย

เดียวนี้เห็นคุณแม่วัยรุ่นบางท่านคลอดได้ไม่กี่วันก็ใส่สายเดี่ยวกางเกงขาสั้นกันซะแล้วเห็นแล้วก็อยากบอกจังเลยค่ะว่ารักตัวเองหน่อยเถอะอย่างน้อย 1 เดือนหลังคลอดก็พยายามทำร่างกายให้อบอุ่นเอาไว้ ใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นกับร่างกาย อย่าเพิ่งโดนลมมากนักถ้าไม่เชื่อโบราณไม่อยู่ไฟก็ไม่เป็นไร ใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น ทานน้ำอุ่นๆ ใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางบริเวณหน้าท้อง วันละครึ่งชั่วโมง ก็ยังดี การอยู่ไฟของคุณแม่คลอดเองกับผ่าคลอดไม่เหมือนกันการอยู่ไฟจะทำให้คุณแม่เข้าที่เร็วขึ้นและยังทำให้หน้าท้องลดลง การอยู่ไฟนั้นถือเป็นภูมิปัญญาไทยในสมัยโบราณ ที่มีคุณค่ามากถ้าทำได้ก็เป็นการดีกับตัวเอง เพราะคนรุ่นคุณแม่ คุณยาย ท่านก็ทำกันทั้งนั้นการอยู่ไฟช่วยปรับสมดุลของอุณหภูมิในร่างกายจะและเป็นที่นิยมมากในสมัยก่อนหลังคลอดบุตร สภาพคุณแม่ส่วนใหญ่ที่ผ่านการอุ้มท้องเป็นเวลานานถึง 9 เดือน และผ่านการคลอดจะเป็นดังนี้ คุณแม่หลังคลอดบุตร ทุกคนจะมีสภาพร่างกายที่อ่อนแอ เพราะสูญเสียพลังงานไปมาก อีกทั้งภาวะจิตใจก็ยังไม่คงที่ เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายไม่ปกติ คุณแม่หลังคลอดบางคนจึงมีอาการซึมเศร้าหรือไม่ก็เกิดอารมณ์ที่แปรปรวนผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดบุตรที่ไม่ได้รับการอยู่ไฟร่างกายไม่ได้ถูกปรับอุณหภูมิให้อยู่ในสภาพที่ปกติ จึงเกิดอาการที่โบราณเรียกว่าสะบัดร้อน สะบัดหนาวคือจะเกิดอาการหนาวสั่นได้ง่าย หรือบางครั้งแม้อยู่ในอากาศเย็นกลับรู้สึกร้อนเหงื่อท่วมร่างกาย ที่สำคัญคืออาการเหล่านั้นมักจะคงอยู่ไปตลอด ซึ่งหากคุณแม่หลังคลอดเลือกที่จะอยู่ไฟ ก็เท่ากับเป็นการปรับสมดุลร่างกายและจิตใจให้อยู่ในสภาพที่ปกติ  และยังเป็นการดูแลสุขภาพของตัวเองในระยะยาวอีก ดังนั้นจึงทำให้คุณแม่สมัยใหม่หาวิธีการอยู่ไฟสมัยก่อนกันมากขึ้นเพื่อจะได้มาปรับใช้ให้เข้ากับในสมัยนี้